เปรียบเทียบ
แอปนับแคลอรี่ AI ที่ดีที่สุดปี 2026
โดย LensNutra Team · อ่าน 2 นาที
เผยแพร่เมื่อ 1 กรกฎาคม 2569 · อัปเดตเมื่อ 9 กรกฎาคม 2569
แอปนับแคลอรี่ AI ที่ดีที่สุดในปี 2026 สำหรับคนส่วนใหญ่คือแอปสุขภาพครบวงจรที่บันทึกอาหารจากรูปได้ และ ดูแลสุขภาพส่วนอื่นให้ด้วย ทั้งการนอน น้ำหนัก และค่าสุขภาพ ในแอปเดียว แทนที่จะไล่จัดอันดับชื่อแบรนด์ที่สลับฟีเจอร์กันไปมาทุกไม่กี่เดือน บทความนี้จะเทียบแอปนับแคลออกเป็น 5 ประเภท หลัก เพื่อให้คุณเห็นข้อดีข้อเสียตามจริง และเลือกตัวที่เข้ากับวิธีกินและวิธีบันทึกของคุณได้จริงๆ
สรุปประเด็นสำคัญ
- แอปนับแคลอรี่ AI แบ่งได้เป็น 5 ประเภท ได้แก่ แอปสแกนจากรูปอย่างเดียว แอปฐานข้อมูลอาหาร แอปจุลสารอาหาร แอปโค้ชมาโครแบบปรับอัตโนมัติ และแอปสุขภาพครบวงจร แต่ละแบบเก่งกันคนละด้าน
- การบันทึกด้วย AI จากรูปเร็วและสม่ำเสมอ แต่เป็นแค่การประเมินปริมาณ แอปที่ดีจึงเพิ่มขั้นตอนยืนยันและมีสแกนบาร์โค้ดสำหรับอาหารบรรจุซอง
- แอปฐานข้อมูลและแอปจุลสารอาหารยังชนะแอป AI สแกนในเรื่องอาหารร้าน อาหารบรรจุซองแปลกๆ และรายละเอียดระดับวิตามิน
- คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดคือ “แอปที่คุณใช้ต่อได้จริง” งานวิจัยเรื่องการจดบันทึกตัวเองชี้ว่าความสม่ำเสมอในการบันทึกอาหารทำนายการลดน้ำหนักได้ดีกว่าความแม่นยำดิบๆ ของเครื่องมือ
- เตรียมงบราว 30 ถึง 80 ดอลลาร์ต่อปีสำหรับการบันทึกด้วย AI แบบไม่จำกัดและไม่มีโฆษณา ส่วนแพ็กเกจฟรีมักจำกัดจำนวนสแกนและมีโฆษณา
แอปนับแคลอรี่ AI ทำงานยังไง
แอปนับแคลอรี่ AI ใช้คอมพิวเตอร์วิชันร่วมกับโมเดลโภชนาการ เพื่อแปลงสิ่งที่ป้อนเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นรูป บาร์โค้ด หรือชื่ออาหารที่พิมพ์ ให้กลายเป็นแคลอรี่และมาโคร (สารอาหารหลัก) แอปที่ใช้รูปจะแยกแยะว่าในจานมีอาหารอะไรบ้าง ประเมินว่าแต่ละอย่างมีปริมาณเท่าไหร่ แล้วดึงค่าโภชนาการจากฐานข้อมูลอาหารมาให้ จากนั้นคุณยืนยันหรือปรับปริมาณเล็กน้อย แล้วมื้อนั้นก็ถูกบันทึก
จุดที่ต้องเข้าใจให้ดีคือ รูปบอก AI ได้ดีมากว่าคุณกิน อะไร แต่บอกได้ไม่ค่อยแม่นว่ากิน เท่าไหร่ การประเมินปริมาณจากภาพสองมิติภาพเดียวคือส่วนที่ยากที่สุด นี่คือเหตุผลที่แอปเก่งๆ จะให้คุณปรับหนึ่งหน่วยบริโภคได้ในแตะเดียว แทนที่จะทำเหมือนว่าค่าที่ทายครั้งแรกเป็นค่าจากเครื่องชั่ง เราเจาะลึกว่าค่าประเมินเหล่านี้ใกล้ความจริงแค่ไหนในคู่มือ แอปนับแคลอรี่ AI แม่นไหม
สำหรับอาหารไทยที่เป็นข้าวราดแกงกองซ้อนกัน ต้มยำที่มีเครื่องเยอะ หรือส้มตำที่คลุกน้ำปลาร้าจนแทบมองไม่ออกว่ามีอะไรบ้าง โจทย์เรื่อง “เท่าไหร่” ยิ่งท้าทายกว่าอาหารฝรั่งจานเดี่ยว การมีปุ่มปรับปริมาณที่กดง่ายจึงสำคัญมากในบริบทบ้านเรา
5 ประเภทแอปนับแคลอรี่ AI เทียบกันชัดๆ
แทบทุกแอปนับแคลจะตกอยู่ในหนึ่งใน 5 กลุ่มนี้ ดูฉบับย่อก่อนลงรายละเอียด
| ประเภทแอป | วิธีบันทึก | ดูมากกว่าอาหารไหม | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| แอปสแกนจากรูปอย่างเดียว | ถ่ายรูป | ไม่ | บันทึกประจำวันแบบเร็ว ใช้แรงน้อย |
| แอปฐานข้อมูลอาหาร | ค้นหาแล้วพิมพ์ | บางทีนับก้าวเดิน | อาหารร้านและอาหารบรรจุซองแปลกๆ |
| แอปจุลสารอาหาร | กรอกเอง | ไม่ | วิตามิน แร่ธาตุ รายละเอียดเชิงคลินิก |
| แอปโค้ชมาโครแบบปรับอัตโนมัติ | กรอกเอง มีโค้ชช่วย | ไม่ | คนเล่นเวตที่ไล่เป้ามาโครเฉพาะ |
| แอปสุขภาพครบวงจร | รูป บาร์โค้ด หรือฉลาก | ใช่ ทั้งการนอน น้ำหนัก ค่าสุขภาพ | คนที่อยากรวมอาหารกับร่างกายไว้ในแอปเดียว |
แอปสแกนจากรูปอย่างเดียว
แอปกลุ่มนี้คือคนทำให้การถ่ายรูปเพื่อนับแคลเป็นที่นิยม จุดเด่นคือเร็ว ทันสมัย และมือใหม่ใช้ง่าย
- จุดที่ชนะ: บันทึกได้แบบไม่ต้องออกแรง หน้าตาเรียบง่ายไม่รก ถ้าคุณเคยเบื่อจนเลิกจดอาหารด้วยมือ แอปสแกนจากรูปคือวิธีเริ่มใหม่ที่สร้างแรงต้านน้อยที่สุด
- ข้อแลกเปลี่ยน: ส่วนใหญ่หยุดอยู่แค่อาหาร ไม่มีการนอน ค่าสุขภาพ แนวโน้มน้ำหนัก หรือวางแผนมื้ออาหาร สุดท้ายคุณเลยต้องเอาหลายแอปมาต่อกันเอง อีกทั้งค่าประเมินปริมาณยังต้องให้คนตรวจ และแอปราคาถูกมักตัดขั้นตอนนั้นทิ้ง
แอปสแกนอาหารด้วย AI ที่ดีควรโชว์ให้เห็นว่ามันตรวจเจออะไร และให้คุณแก้ได้ ไม่ใช่แค่โยนตัวเลขมาให้
แอปนับแคลจากฐานข้อมูลอาหาร
แนวคลาสสิก คือค้นในฐานข้อมูลอาหารขนาดใหญ่แล้วบันทึกมื้ออาหารด้วยมือ
- จุดที่ชนะ: ฐานข้อมูลอาหารดิบใหญ่ที่สุด รวมถึงเมนูของร้านเชนและของบรรจุซองแปลกๆ ที่โมเดล AI อาจจำไม่ได้ ถ้าเป็นข้าวมันไก่จากร้านเชนที่มีข้อมูลอยู่แล้ว ค่าจากฐานข้อมูลอาจแม่นกว่าค่าประเมินจากรูป
- ข้อแลกเปลี่ยน: การบันทึกหมายถึงต้องค้นและพิมพ์ ซึ่งเป็นความยุ่งยากที่ทำให้คนเลิกใช้พอดี การสแกนบาร์โค้ดมักถูกล็อกไว้ในแพ็กเกจเสียเงิน ข้อมูลที่ผู้ใช้ช่วยกันกรอกอาจผิดได้ และแพ็กเกจฟรีก็มักมีโฆษณา
แอปจุลสารอาหาร (วิตามินและแร่ธาตุ)
สร้างมาเพื่อคนที่ใส่ใจวิตามิน แร่ธาตุ และข้อมูลสารอาหารอย่างละเอียด
- จุดที่ชนะ: การติดตามจุลสารอาหารที่ลึกที่สุดจากแหล่งข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบ ถ้าเป้าหมายของคุณคือกินธาตุเหล็ก โพแทสเซียม หรือโอเมกา-3 ให้ถึงเป้า หรือคุณกำลังดูแลภาวะสุขภาพร่วมกับแพทย์ ระดับรายละเอียดแบบนี้สำคัญ และแอป AI สแกนโดยทั่วไปสู้ไม่ได้ ค่าอ้างอิงของสารอาหารเหล่านั้นมาจากฐานข้อมูล USDA FoodData Central
- ข้อแลกเปลี่ยน: การบันทึกทำด้วยมือและต้องกรอกข้อมูลเยอะ หน้าตาแอปแน่นไปด้วยตัวเลข และแอปกลุ่มนี้ยังจำกัดอยู่แค่เรื่องอาหาร
แอปโค้ชมาโครแบบปรับอัตโนมัติ
ใช้อัลกอริทึมปรับเป้ามาโครของคุณไปเรื่อยๆ ในสไตล์โค้ชส่วนตัว
- จุดที่ชนะ: เป้ามาโครที่ฉลาดและปรับตามได้ เหมาะกับคนเล่นเวตจริงจังและคนที่กำลังคัตหรือบัลก์ ถ้าคุณคุ้นกับสเปรดชีตมาโครอยู่แล้ว ชั้นโค้ชนี้ช่วยประหยัดการคำนวณ ยังไม่รู้จะเริ่มตรงไหน? คู่มือ วิธีนับมาโคร ของเราครอบคลุมพื้นฐานให้แล้ว
- ข้อแลกเปลี่ยน: จำกัดอยู่แค่อาหาร ราคามักอยู่ระดับพรีเมียม และยังต้องบันทึกด้วยมือเป็นส่วนใหญ่ คุณจ่ายเงินเพื่ออัลกอริทึม ไม่ใช่เพื่อความเร็ว
แอปสุขภาพครบวงจร
กลุ่มใหม่ล่าสุด คือแอปที่รวมการบันทึกอาหารด้วย AI เข้ากับการดูแลสุขภาพส่วนอื่นไว้ในที่เดียว นี่คือจุดที่ LensNutra ยืนอยู่
LensNutra บันทึกมื้ออาหารจากรูป บาร์โค้ด หรือฉลากโภชนาการ ติดตามทุกมาโครพร้อมคะแนนสุขภาพ 1 ถึง 10 และรวม การติดตามการนอนและค่าสุขภาพ ทั้งอัตราการเต้นของหัวใจ HRV และแดชบอร์ดครบชุด เข้าไว้ด้วยกันกับการติดตามน้ำหนักพร้อมรูปก่อน-หลัง และ ตัววางแผนมื้ออาหารด้วย AI ที่สร้างสูตรอาหารจากวัตถุดิบที่คุณมีอยู่แล้ว
- เหมาะกับ: คนที่อยากได้ทั้งอาหาร ร่างกาย การนอน และค่าสุขภาพในแอปเดียว แทนที่จะใช้สามแอป
- ข้อแลกเปลี่ยนแบบตรงไปตรงมา: แอปฐานข้อมูลเฉพาะทางยังมีฐานข้อมูลอาหารดิบที่ใหญ่กว่า และแอปจุลสารอาหารก็ยังติดตามวิตามินได้ลึกกว่า ถ้าสิ่งนั้นคือความสำคัญอันดับหนึ่งเดียวของคุณ แอปเฉพาะทางย่อมชนะ
- ราคา: ทดลองฟรี 3 วัน จากนั้นเป็นสมาชิกก้อนเดียว ไม่มีโฆษณา
อะไรทำให้แอปนับแคลอรี่ AI แม่นยำ
ความแม่นยำคือคำถามอันดับหนึ่งที่คนถามกันมากที่สุด และคำตอบตามจริงคือ มันขึ้นอยู่กับ วิธีที่คุณใช้แอป มากกว่าตัวแอปเอง มีสามอย่างที่ชี้เป็นชี้ตายได้
ขั้นตอนยืนยัน แอป AI ที่ดีที่สุดจะโชว์อาหารที่ตรวจเจอและปริมาณที่ประเมินไว้ ให้คุณแก้ “ปานกลาง” ที่จริงๆ เป็น “จานใหญ่” ได้ แอปที่ซ่อนขั้นตอนนี้กำลังปรับให้ตัวเองดูขลัง ไม่ใช่ให้ตัวเองแม่น
สแกนบาร์โค้ดสำหรับอาหารบรรจุซอง รูปของขนมปังกรอบในห่อคือการเดา แต่ บาร์โค้ด คือฉลากตัวจริงเป๊ะๆ อะไรก็ตามที่บรรจุซอง การสแกนบาร์โค้ดชนะการถ่ายรูปอาหารเสมอ
ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าความเป๊ะ นี่คือจุดที่รีวิวส่วนใหญ่มองข้าม แนวทางโภชนาการสำหรับชาวอเมริกัน (Dietary Guidelines for Americans) และงานวิจัยเรื่องการจดบันทึกตัวเองหลายสิบปีชี้ไปทางเดียวกัน คือคนที่บันทึกอาหารสม่ำเสมอทำได้ดีกว่าคนที่บันทึกเป๊ะสามวันแล้วเลิก เครื่องมือที่คุณใช้ต่อได้ย่อมชนะเครื่องมือที่แม่นกว่าแต่คุณทิ้งไป
จริงๆ แล้วนับแคลจากรูปแม่นแค่ไหน
การประเมินปริมาณคือจุดที่แอปถ่ายรูปเสียความแม่นยำ โมเดลอาจแยกไก่ย่างกับข้าวได้อย่างมั่นใจ แต่ทายพลาดว่าเป็นไก่สี่ออนซ์หรือเจ็ดออนซ์ ซึ่งนั่นคือความต่างที่มีจริง ราว 100 แคลอรี่เฉพาะส่วนโปรตีนอย่างเดียว อ้างอิงจากค่าของอกไก่ในฐานข้อมูล USDA FoodData Central
นี่คือเหตุผลที่ขั้นตอน “ยืนยันปริมาณ” เป็นสิ่งที่ต่อรองไม่ได้ถ้าอยากบันทึกให้แม่น และเป็นเหตุผลที่บางคนถ่ายรูปจานอาหารข้างส้อมหรือมือเพื่อเทียบขนาด เมื่อดูตลอดทั้งสัปดาห์ ความคลาดเคลื่อนเล็กๆ ในแต่ละมื้อมักเฉลี่ยหักล้างกันไปถ้าคุณบันทึกสม่ำเสมอ ซึ่งย้อนกลับไปที่ประเด็นเดิม คือความสม่ำเสมอชนะความเป๊ะรายมื้อ เราทดสอบเรื่องนี้อย่างละเอียดใน แอปนับแคลอรี่ AI แม่นไหม
สำหรับอาหารไทยยังมีความท้าทายเพิ่มอีกชั้น เพราะแกงกะทิ ผัดน้ำมันเยอะ และข้าวราดแกง มีไขมันแฝงจากน้ำมันและกะทิที่มองไม่เห็นในรูป ทำให้ค่าที่ได้อาจต่ำกว่าจริง ทางแก้ง่ายๆ คือถ่ายก่อนกิน แยกกับข้าวออกจากกันให้เห็นชัด แล้วบวกน้ำมันหรือกะทิที่ซ่อนอยู่เข้าไปเวลายืนยันปริมาณ
แอปนับแคลฟรีดีพอไหม
แพ็กเกจฟรีมีอยู่จริง แต่มักถูกจำกัด รูปแบบที่พบบ่อยคือ
- จำกัดจำนวนสแกนรูปด้วย AI ต่อวัน (เช่น วันละหนึ่งหรือสองครั้ง)
- สแกนบาร์โค้ดถูกล็อกไว้ในแพ็กเกจเสียเงิน
- มีโฆษณาในแพ็กเกจฟรี
- ประวัติและแนวโน้มย้อนหลังมีจำกัดหรือไม่มีเลย
ถ้าเป็นการติดตามแบบสบายๆ นานๆ ที แพ็กเกจฟรีก็พอใช้ได้ แต่ถ้าบันทึกทุกวัน ข้อจำกัดเหล่านี้จะขวางทางอย่างรวดเร็ว และคนส่วนใหญ่มักอัปเกรดภายในหนึ่งสัปดาห์ แอปนับแคล AI แบบเสียเงินโดยทั่วไปอยู่ที่ราว 30 ถึง 80 ดอลลาร์ต่อปี ซึ่งเป็นงบตามจริงสำหรับการบันทึกแบบไม่จำกัดและไม่มีโฆษณา
เลือกแอปนับแคลอรี่ AI ให้เหมาะกับคุณยังไง
ถามตัวเองแค่คำถามเดียว คุณอยากติดตามแค่อาหาร หรือทั้งร่างกาย?
- ถ้าคุณอยากได้ แค่ แคลอรี่กับมาโคร และให้ค่ากับฐานข้อมูลที่ใหญ่ที่สุด แอปฐานข้อมูล คือตัวเลือกที่ปลอดภัย
- ถ้าคุณอยากได้จุลสารอาหารแบบลึก ทั้งวิตามิน แร่ธาตุ รายละเอียดเชิงคลินิก แอปจุลสารอาหาร ชนะ
- ถ้าคุณเป็นคนเล่นเวตที่ไล่เป้ามาโครแบบปรับได้ แอปโค้ชมาโครแบบปรับอัตโนมัติ ยอดเยี่ยม
- ถ้าคุณอยากได้ การบันทึกจากรูปที่รวดเร็ว บวกการนอน ค่าสุขภาพ รูปความคืบหน้า และวางแผนมื้ออาหาร ในแอปเดียว นั่นคือ แอปครบวงจร อย่าง LensNutra และมีน้อยแอปที่ทำได้ครบขนาดนี้
ไม่ว่าจะเลือกอะไร ให้ถ่วงน้ำหนักการตัดสินใจไปที่แอปที่คุณจะเปิดจริงทุกวัน คุณวางแผนเป้าหมายก่อนได้ด้วย เครื่องคำนวณแคลอรี่ฟรี ของเรา ติดตามมาโครด้วย ตัวนับมาโคร และดูรายละเอียดครบถ้วนได้ที่ หน้าเปรียบเทียบ
สรุปส่งท้าย
ไม่มีแอปนับแคลอรี่ AI ที่ “ดีที่สุด” เพียงตัวเดียว มีแต่ ประเภท ที่ดีที่สุดสำหรับเป้าหมายของคุณ แอปฐานข้อมูลและแอปจุลสารอาหารชนะเรื่องความครอบคลุมของอาหารดิบและความลึกของวิตามิน แอปสแกนจากรูปชนะเรื่องความเร็ว ส่วนแอปครบวงจรชนะเมื่อคุณเบื่อที่จะเอาแอปอาหาร แอปการนอน และแอปน้ำหนักมาต่อกันเอง สำหรับคนส่วนใหญ่ที่อยากติดตามทุกอย่างในที่เดียวโดยไม่ต้องทำงานจุกจิก นั่นแหละคือจุดที่คุ้มค่าที่สุด
ทดลองใช้ LensNutra ฟรี 3 วัน แล้วบันทึกมื้อแรกของคุณจากรูปได้เลย
พร้อมลงมือทำจริงแล้วหรือยัง?
ดาวน์โหลด LensNutra ฟรีFAQ
คำถามที่พบบ่อย
แอปนับแคลอรี่ AI ตัวไหนแม่นที่สุด
แอปนับแคลอรี่ AI ที่แม่นที่สุดคือแอปที่รวมการสแกนจากรูปเข้ากับขั้นตอนยืนยันปริมาณเร็วๆ และมีสแกนบาร์โค้ดสำหรับอาหารบรรจุซอง ค่าที่ได้จากรูปเป็นแค่จุดเริ่มต้น ไม่ใช่ค่าจากเครื่องชั่ง แอปที่ให้คุณปรับปริมาณได้ไวที่สุดจึงมักให้ตัวเลขที่ใกล้เคียงความจริงที่สุดเมื่อดูตลอดทั้งสัปดาห์
มีแอปนับแคลอรี่ AI ฟรีไหม
แอปนับแคลอรี่ AI ส่วนใหญ่มีแพ็กเกจฟรีหรือให้ทดลองใช้ระยะสั้น แต่การสแกนจากรูป สแกนบาร์โค้ด และประวัติแบบละเอียดมักต้องสมัครสมาชิก แพ็กเกจฟรีมักมีโฆษณาและจำกัดจำนวนสแกนต่อวัน โดยทั่วไปเตรียมงบราว 30 ถึง 80 ดอลลาร์ต่อปีสำหรับการบันทึกด้วย AI แบบไม่จำกัดและไม่มีโฆษณา
แอปนับแคลจากรูปใช้ได้จริงไหม
ใช้ได้จริงในแง่ความสม่ำเสมอ แอปจะไม่แม่นเท่าเครื่องชั่งอาหารในมื้อใดมื้อหนึ่ง แต่งานวิจัยเรื่องการจดบันทึกตัวเองพบว่าคนที่บันทึกอาหารสม่ำเสมอลดน้ำหนักได้มากกว่าคนที่ไม่บันทึก แอป AI ได้ผลเพราะช่วยลดความยุ่งยากที่ทำให้คนเลิกจดอาหารด้วยมือกลางคัน
แอปไหนถ่ายรูปแล้วนับแคลได้
มีหลายแอปที่นับแคลอรี่จากรูปได้ โดยใช้คอมพิวเตอร์วิชันแยกชนิดอาหารและประเมินปริมาณ LensNutra บันทึกมื้ออาหารได้จากรูปเดียว บาร์โค้ด หรือฉลากโภชนาการ แล้วให้คุณยืนยันปริมาณอีกที ขั้นตอนยืนยันนี่แหละที่ทำให้ตัวเลขจากรูปน่าเชื่อถือและใกล้เคียงความจริงมากขึ้น
แอปนับแคลอรี่ AI คุ้มค่าที่จะจ่ายไหม
สำหรับคนส่วนใหญ่ถือว่าคุ้มค่า คุณค่าไม่ได้อยู่ที่ความเป๊ะรายมื้อ แต่อยู่ที่คุณบันทึกได้ต่อเนื่องจริง แอปที่คุณเปิดใช้ทุกวันย่อมดีกว่าแอปที่แม่นแต่เลิกใช้ในหนึ่งสัปดาห์ ยิ่งเป็นแอปครบวงจรที่ติดตามการนอน น้ำหนัก และสุขภาพด้วย ก็ยิ่งได้คุณค่ามากขึ้นในค่าสมาชิกก้อนเดียว
แอปฐานข้อมูลอาหารดีกว่าแอป AI สแกนไหม
สำหรับอาหารร้านและอาหารบรรจุซองแปลกๆ ฐานข้อมูลใหญ่ที่ผ่านการตรวจสอบอาจแม่นกว่า และแอปจุลสารอาหารก็ติดตามวิตามินได้ลึกกว่ามาก ส่วนแอป AI สแกนชนะเรื่องความเร็วและความสม่ำเสมอสำหรับอาหารทำเองที่บ้านทุกวัน หลายคนจึงใช้แอปถ่ายรูปสำหรับมื้อประจำ ควบคู่กับค้นฐานข้อมูลเป็นครั้งคราว
อ่านต่อ
วิธีอ่านฉลากโภชนาการ ทีละขั้นตอน
วิธีอ่านฉลากโภชนาการทีละขั้นตอน เริ่มจากหนึ่งหน่วยบริโภค แคลอรี่ ร้อยละต่อวันกับกฎ 5/20 และสารอาหารที่ควรจำกัด หรือสแกนบาร์โค้ดให้แอปอ่านค่าให้อัตโนมัติก็ได้
อ่าน โภชนาการวิธีนับมาโคร คู่มือสำหรับมือใหม่
วิธีนับมาโครสำหรับมือใหม่ ทีละขั้นตอน ตั้งเป้าแคลอรี่ เลือกสัดส่วนโปรตีน คาร์บ ไขมัน บันทึกทุกมื้อ แล้วปรับทุกสัปดาห์ เข้าใจง่าย ไม่ต้องคำนวณเอง เน้นโปรตีนก่อน
อ่าน ลดน้ำหนักลดน้ำหนักกินกี่แคล? คู่มือคำนวณแคลอรี่ต่อวัน
ลดน้ำหนักกินกี่แคล? กินต่ำกว่าค่า TDEE ราว 500 แคลอรี่ต่อวัน จะลดได้ราว 1 ปอนด์ (ราว 0.5 กก.) ต่อสัปดาห์ หาค่าแคลของคุณ ตั้งเป้าขาดดุลที่ปลอดภัย ทำได้ต่อเนื่อง
อ่าน